จากฉากล็อบบี้ที่ดูเรียบง่าย สู่ห้องประชุมสุดหรูหราที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูง การเปลี่ยนฉากทำได้ดีมากจนรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในงานจริง หญิงชุดดำที่เดินออกมาพร้อมถือไมค์ดูสง่างามและน่าเกรงขามมาก สายตาที่มองไปยังผู้ชมทำให้รู้ว่าเธอคือผู้ควบคุมเกมนี้จริงๆ ฉากนี้ในรักสามเรา คือจุดพีคที่คนดูต้องจดจำ
ชอบโมเมนต์ที่ผู้ถือหุ้นลุกขึ้นโวยวายพร้อมกัน มันสะท้อนความวุ่นวายและความขัดแย้งภายในองค์กรได้ดีมาก เสียงตะโกนและท่าทางโกรธเกรี้ยวทำให้รู้ว่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นมันรุนแรงแค่ไหน พระเอกที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหลดูโดดเด่นและน่าค้นหาที่สุด ดูแล้วลุ้นแทนเขาจริงๆ ว่าจะเอาตัวรอดยังไง
นางเอกในชุดราตรีสีดำดูสวยสง่าแต่แววตากลับเย็นชาและดุดันมาก การแต่งกายที่หรูหราตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่เธอขยับปากพูด คนดูจะรู้สึกได้ถึงอำนาจที่เธอมีเหนือทุกคนในห้อง เรื่องรักสามเรา เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก เพราะภายใต้ความสวยอาจซ่อนแผนการร้ายไว้ก็ได้
การส่งต่อไดรฟ์เล็กๆ ชิ้นเดียวกลายเป็นชนวนเหตุของสงครามครั้งใหญ่ในบริษัท ฉากที่พระเอกวิ่งเข้าไปในห้องประชุมพร้อมสีหน้าตกใจบอกเล่าได้ดีว่าเขามาช้าเกินไปหรือมาทันเวลาพอดีกันแน่ ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นทำให้คนดูอย่างเราต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้ อยากกดดูตอนต่อไปทันทีที่จบฉากนี้ในแอปเน็ตชอร์ต เพราะอยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อชายชุดน้ำตาลยื่นไดรฟ์ให้พระเอกด้วยท่าทางลึกลับ เหมือนกำลังส่งต่อความลับระดับชาติ บรรยากาศตึงเครียดจนหายใจไม่ออก การแสดงสีหน้าของตัวละครบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ ดูแล้วติดหนึบจนต้องกดดูต่อในแอปเน็ตชอร์ต เรื่องรักสามเรา นี้บอกเลยว่าพล็อตไม่ธรรมดาจริงๆ