ฉากเปิดเรื่องทำเอาอึ้งไปเลย เด็กหญิงตัวนิดเดียวแต่แววตามุ่งมั่นมาก การที่เธอท้าดวลกับหนุ่มหล่อผู้มั่นใจในตัวเองสุดๆ มันช่างน่าติดตาม การวางหมากแต่ละครั้งดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เกมกระดานธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณที่ดุเดือดมาก เรื่องเทพหมากล้อมเรื่องนี้ทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจตามทุกจังหวะเลย
ต้องยอมรับว่างานภาพและซีจีในเรื่องเทพหมากล้อมทำออกมาได้เหนือความคาดหมายมาก ฉากที่หมากกลายเป็นสัตว์อสูรไฟลุกโชนบนกระดาน มันดูขลังและทรงพลังสุดๆ ไม่ใช่แค่แสงสีฉูดฉาด แต่สื่อถึงอารมณ์การต่อสู้ที่รุนแรง คนดูรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ตัวละครต้องเผชิญผ่านภาพเหล่านั้น เป็นงานสร้างที่ใส่ใจรายละเอียดจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดนอกจากฉากต่อสู้คือสีหน้าของพวกผู้เฒ่าและคนดูรอบข้าง ที่เปลี่ยนจากดูถูกเป็นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง มันช่วยเสริมบรรยากาศความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากที่เด็กน้อยเดินเข้ามาแล้วทุกคนเงียบกริบ มันสร้างแรงกดดันให้ตัวละครหลักได้มากเลย การแสดงของนักแสดงสมทบในเรื่องนี้ก็ช่วยดันอารมณ์หลักได้ดีมาก
ดูเรื่องเทพหมากล้อมแล้วรู้สึกอึดอัดแทนพระเอกมาก ตอนแรกที่ยังถือพัดทำท่าทางสบายๆ พอเริ่มเดินเกมจริงๆ หน้าเริ่มเปลี่ยนสี เหงื่อเริ่มตก แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้คนนี้ไม่ธรรมดาเลย เด็กน้อยคนนี้เล่นด้วยสมองและไหวพริบที่เกินวัยจริงๆ ฉากที่พระเอกเริ่มเสียเปรียบแล้วพยายามฝืนเดินเกมต่อ มันทำให้คนดูเอาใจช่วยจนตัวเกร็งเลย
ตอนจบของฉากนี้คือที่สุดของความสะใจมาก เด็กน้อยไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ แต่ใช้การเดินหมากปิดเกมอย่างสวยงาม แสงสว่างที่พุ่งขึ้นฟ้าเหมือนเป็นการประกาศชัยชนะที่ชัดเจน พระเอกที่ตอนแรกดูหยิ่งยโส ตอนนี้ต้องนั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก เป็นฉากที่แสดงให้เห็นว่าอย่าดูถูกใครจากภายนอกจริงๆ ดูแล้วรู้สึกโล่งอกแทนฝ่ายเด็กน้อยมาก
การตกแต่งฉากในหอประลองทำออกมาได้บรรยากาศยุคโบราณดีมาก ทั้งม่าน ผ้าปูพื้น และเครื่องเรือนไม้ที่ดูขลัง แสงเทียนที่ส่องสลัวๆ ช่วยเพิ่มความดราม่าในช่วงวิกฤตได้ดีมาก เรื่องเทพหมากล้อมไม่ได้มีดีแค่ฉากต่อสู้ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ช่วยดึงคนดูให้จมไปกับเรื่องราวได้ตั้งแต่เริ่มจนจบ เป็นงานโปรดักชั่นที่ดูแล้วไม่รู้สึกขัดตาเลย