สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูมีมิติคือตัวละครเด็กน้อยที่แต่งตัวมอมแมมแต่แววตาฉลาดเป็นกรด เธอไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบแต่ดูเหมือนจะรู้ทันเกมทั้งหมด การแสดงออกทางสีหน้าของเธอตอนเห็นหมากไฟลุกนั้นน่าทึ่งมาก ดูเหมือนเธอจะเป็นกุญแจสำคัญในเทพหมากล้อม เรื่องนี้เลยก็ว่าได้ มุมกล้องที่โฟกัสไปที่เธอทำให้คนดูสงสัยว่าเธอคือใครกันแน่
ชอบบรรยากาศในห้องโถงที่ดูขลังและจริงจังมาก เสียงวางหมากดังเปาะแปะๆ สร้างความกดดันได้เป็นอย่างดี ฉากที่ชายชุดเขียวเดินออกมาพร้อมพัดแล้ววางหมากอย่างมั่นใจ แสดงให้เห็นถึงบารมีของผู้เล่นระดับสูง เรื่องเทพหมากล้อม ทำได้ดีมากในการถ่ายทอดความกดดันของการแข่งขันที่ต้องใช้ทั้งสมองและสมาธิสูงมาก
ตอนแรกนึกว่าจะแข่งหมากล้อมธรรมดาๆ ใครจะไปคิดว่าจะมีสัตว์อสูรโผล่ออกมาจากกระดาน! ฉากที่หมากสีดำและขาวปะทะกันจนเกิดเป็นรูปเสือและลิงไฟนั้นทำออกมาได้สวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน มันยกระดับความธรรมดาให้กลายเป็นการต่อสู้ระดับเทพเจ้าจริงๆ เป็นจุดขายที่ทำให้เทพหมากล้อม แตกต่างจากละครจีนทั่วไปอย่างชัดเจน
ตัวละครผู้เฒ่าที่ใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มกับสีน้ำตาลนั้นแสดงอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก จากสีหน้าที่ดูเหยียดหยามในตอนแรก พอเห็นหมากไฟลุกปุ๊บ หน้าเปลี่ยนเป็นตกใจปั๊บ การแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ต้องใช้คำพูดก็สื่อความหมายได้ชัดเจนมาก ทำให้รู้ว่าเกมนี้เดิมพันสูงแค่ไหน ในเทพหมากล้อม ฉากแบบนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครหลักสุดๆ
ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้ไม่ธรรมดา สายตาของเธอไม่ได้แสดงความกลัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่คนรอบข้างตื่นเต้นกันใหญ่ เธออาจจะมีความสามารถพิเศษที่ซ่อนอยู่หรืออาจจะเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนก็เป็นได้ การที่เรื่องเทพหมากล้อม ใส่ตัวละครเด็กที่มีความลึกลับเข้ามา ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจและน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ อยากรู้ว่าตอนจบเธอจะทำอะไร
ฉากเปิดเรื่องดูตึงเครียดมาก แต่พอเข้าฉากแข่งหมากล้อมปุ๊บ อารมณ์เปลี่ยนทันที! การที่ตัวละครใส่พลังเวทมนตร์ลงไปในเม็ดหมากจนเกิดเป็นรูปสัตว์ไฟลุกโชน มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูเทพหมากล้อม ในเวอร์ชันแฟนตาซีที่ผสมผสานความฉลาดกับพลังอำนาจได้อย่างลงตัว ใครชอบแนววางแผนบวกเอฟเฟกต์อลังการต้องไม่พลาด