ชอบความสัมพันธ์ระหว่างชายผมยาวชุดขาดกับเด็กน้อยมาก ดูเหมือนจะเป็นพ่อลูกที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ฉากที่ผู้ชายทำท่าทางตลกๆ เพื่อปลอบใจเด็กน้อยทำให้ใจละลาย แม้สถานการณ์รอบข้างจะอันตรายแค่ไหน แต่ความอบอุ่นระหว่างสองคนนี้คือจุดขายที่แท้จริงของเทพหมากล้อม ที่ทำให้เรื่องนี้มีมิติมากกว่าแค่การต่อสู้
การปะทะคารมระหว่างชายชุดดำลายทองกับชายชุดสีม่วงคือไฮไลท์ของฉากนี้ สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความชิงชังและเล่ห์เหลี่ยม ทุกคำพูดเหมือนมีมีดซ่อนอยู่ การที่ชายชุดดำเทหมากดำลงกระดานเป็นการประกาศสงครามที่ชัดเจนมาก ดูแล้วขนลุกซู่ไปหมด เทพหมากล้อม เล่นกับจิตวิทยาตัวละครได้ลึกซึ้งมาก
ต้องชมทีมผู้กำกับที่เก็บรายละเอียดสีหน้าตัวละครได้ครบถ้วน โดยเฉพาะช็อตภาพใกล้ ที่จับความกลัวในดวงตาของเด็กน้อยตัดกับรอยยิ้มเยาะของตัวร้าย การใช้แสงเงาในห้องโถงช่วยเสริมบรรยากาศความลึกลับได้เป็นอย่างดี การรับชมเทพหมากล้อม ผ่านแอปนี้ทำให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้าดูจอใหญ่อาจจะหลุดโฟกัสไปได้
ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง เมื่อความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย ท่าทีของเด็กน้อยที่เปลี่ยนไปทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กธรรมดาแน่นอน การที่ชายชุดเขียวพยายามจะปกป้องเธอทั้งที่ตัวเองก็บาดเจ็บแสดงให้เห็นถึงพันธะบางอย่าง เรื่องราวในเทพหมากล้อม น่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จากจุดนี้ คนดูเตรียมตัวกรี๊ดได้เลย
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะขาดอากาศหายใจ เมื่อชายชราในชุดสีม่วงพยายามจะจัดการกับสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็มีวาระซ่อนเร้น โดยเฉพาะชายชุดเขียวที่ดูเจ็บปวดแต่ก็ยังพยายามต่อสู้ เรื่องราวในเทพหมากล้อม ดำเนินเรื่องเร็วมากจนไม่ทันได้หายใจ แต่ละตัวละครมีปมที่น่าสนใจรอให้ขุดคุ้ย
ฉากเปิดด้วยพลังเวทมนตร์ที่ดูน่าเกรงขาม แต่จุดสนใจจริงๆ กลับไปอยู่ที่เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีแดงที่ดูซุกซนแต่แฝงความลับบางอย่าง การแสดงออกทางสีหน้าของเธอเปลี่ยนจากยิ้มร่าเป็นจริงจังได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้คนดูอย่างเราต้องจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเธอในเทพหมากล้อม ฉากนี้บอกใบ้ว่าเธออาจจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องเลยก็ได้