จากฉากตึงเครียดที่ทุกคนต้องก้มหน้า กลับกลายเป็นอบอุ่นทันทีที่เห็นรอยยิ้มของเด็กน้อยในเรื่องเทพหมากล้อม การแสดงออกทางสีหน้าของเด็กคนนี้ช่างบริสุทธิ์และน่าเอ็นดูมาก เป็นจุดเปลี่ยนอารมณ์ที่ทำให้คนดูหายใจโล่งอกขึ้นได้จริงๆ ฉากที่ผู้ใหญ่หันมายิ้มให้กันหลังจากนั้นทำให้รู้ว่าความขัดแย้งกำลังจะคลี่คลายลงด้วยมิตรภาพ
ฉากในห้องโถงใหญ่ของเทพหมากล้อมเต็มไปด้วยบทสนทนาที่แหลมคม การโต้ตอบระหว่างขุนนางใส่ชุดสีน้ำตาลกับชายชุดฟ้าดูมีชั้นเชิงมาก สายตาที่มองกันไปมาบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การจัดวางองค์ประกอบภาพภายในห้องที่มีม่านสีขาวและธูปหอมสร้างบรรยากาศขลังๆ ได้ดีมาก รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในยุคโบราณจริงๆ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของเทพหมากล้อมจริงๆ ชุดแต่ละตัวมีความวิจิตรบรรจงมาก โดยเฉพาะชุดสีทองของขุนนางผู้ใหญ่ที่ดูมีอำนาจและบารมี ส่วนชุดสีฟ้าของหนุ่มหล่อก็ดูสะอาดตาและสง่างาม รายละเอียดลายปักบนเสื้อผ้าทำออกมาได้เนียนตามาก การจับคู่สีของแต่ละตัวละครก็สื่อถึงสถานะและบุคลิกได้ชัดเจน ดูแล้วเพลินตาสุดๆ
นักแสดงในเรื่องเทพหมากล้อมทุกคนเล่นสีหน้าได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่ขุนนางผู้ใหญ่แสดงอาการไม่พอใจแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มพอใจ การเปลี่ยนอารมณ์ทำได้ธรรมชาติมาก ดวงตาของนักแสดงสื่อความหมายได้ลึกซึ้ง ทำให้คนดูรู้ทันทีว่าตัวละครกำลังคิดอะไรอยู่ ฉากที่เด็กน้อยมองผู้ใหญ่ด้วยสายตาใสซื่อก็ทำเอาใจละลายได้เหมือนกัน
การถ่ายทำในเทพหมากล้อมทำออกมาได้สมจริงมาก ฉากภายนอกที่มีบันไดหินกว้างใหญ่และรูปปั้นมังกรดูอลังการจริงๆ ส่วนฉากภายในที่มีม่านเขียนลายมือและธูปหอมก็สร้างบรรยากาศขลังได้เป็นอย่างดี แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างช่วยเพิ่มมิติให้กับฉากมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในวังจริงๆ อยากให้ฉากแบบนี้มีเยอะๆ ในตอนต่อไป
ฉากเปิดเรื่องในเทพหมากล้อมทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ การที่ตัวละครเอกต้องคุกเข่าต่อหน้าขุนนางผู้ใหญ่สร้างความกดดันมหาศาล บรรยากาศในวังดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามมาก ชุดเครื่องแต่งกายของทหารและขุนนางมีความละเอียดประณีต แสงแดดที่สาดส่องลงมาช่วยขับเน้นอารมณ์ของฉากได้ดีจริงๆ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ทันที