ชอบฉากที่ลูกชายพุ่งเข้าไปบีบคอซินเฉินมาก มันแสดงให้เห็นถึงความแค้นที่สะสมมานาน แต่พอความจริงเริ่มเปิดเผยว่าเธออาจไม่ใช่ลูกแท้ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนจากความรุนแรงเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด การดำเนินเรื่องใน (พากย์เสียง)หลับเพื่อจบ ลืมเพื่อเริ่ม เร็วและกระชับมาก ไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชชีนไปกับตัวละครทุกวินาที
แค่เรื่องกรุ๊ปเลือดที่ไม่ตรงกัน ก็พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยนะเนี่ย! ฉากที่พี่ชายถือใบตรวจเลือดแล้วหน้าเปลี่ยน เป็นช็อตที่ทรงพลังมาก บอกเล่าเรื่องราวโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การที่ซินเฉินนั่งอยู่บนเตียงคนไข้แล้วถูกถามเรื่อง身世 ด้วยสายตาที่หวาดกลัว ทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ อยากให้เธอหลุดพ้นจากวังวนนี้สักที
ดูแล้วรู้สึกจุกอกแทนพ่อแม่เลี้ยงที่ต้องรับความจริงว่าลูกที่เลี้ยงมาอาจไม่ใช่ลูกตัวเอง สีหน้าของผู้เป็นพ่อที่พยายามควบคุมสติแต่มือสั่น ถือเป็นการแสดงที่ละเอียดอ่อนมาก เรื่องราวใน (พากย์เสียง)หลับเพื่อจบ ลืมเพื่อเริ่ม ไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังแฝงประเด็นเรื่องความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพ่อแม่ไว้ด้วย ทำให้ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ กลับไปเต็มๆ
พล็อตเรื่องน่าสนใจมากที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งรุนแรง มาเป็นการค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวตน การที่ซินเฉินบอกว่าตัวเองเป็นน้องสาว ทำให้พี่ชายต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำลงไป ฉากในโถงโรงพยาบาลที่ทุกคนยืนรอผลตรวจ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เป็นซีรีส์ที่ดูแล้ววางไม่ลงจริงๆ ต้องรีบไปโหลดแอปเนตชอร์ต มาดูต่อเดี๋ยวนี้
ฉากดราม่าในโรงพยาบาลทำเอาใจสั่นตามเลย! การที่หมอวินิจฉัยว่าซินเฉินเป็นโรคหัวใจพันธุกรรม ทั้งที่พ่อแม่ไม่มีประวัติ เป็นจุดหักมุมที่ฉลาดมาก ทำให้ตัวละครเริ่มสงสัยในสายเลือดของตัวเอง การแสดงของนักแสดงนำสื่ออารมณ์สับสนและเจ็บปวดได้สมจริงสุดๆ ดูแล้วอดไม่ได้ที่จะกดติดตามตอนต่อไปในแอปเนตชอร์ต เพราะอยากรู้ความจริงว่าใครคือพ่อแม่ตัวจริงกันแน่