ตัวละครพี่ชายในชุดสูทสีเบจดูเป็นผู้ใหญ่และรับผิดชอบที่สุด เขาพยายามปกป้องน้องสาวและยอมรับความผิดแทนพ่อแม่อีกด้วย ฉากที่เขาพูดว่า 'ผมจะเป็นพี่ใหญ่ภาษาอะไร' แสดงให้เห็นถึงความกดดันที่ต้องแบกรับไว้คนเดียว ความสัมพันธ์ของพี่น้องในเรื่องนี้ช่างน่าอิจฉาและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
พล็อตเรื่องเกี่ยวกับห้องทดลองและโครงการลับที่ทำให้น้องสาวต้องเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นน่าสนใจมาก การที่พ่อต้องลงทุนด้วยทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเพื่อช่วยลูกสาว แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไข แต่ก็น่าเศร้าที่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว บรรยากาศในห้องทดลองที่ดูเย็นชาตัดกับอารมณ์ร้อนแรงของตัวละครได้ดีมาก
ประโยคที่บอกว่าต้องรออีกสามสิบปีกว่าจะได้เจอเธออีกนั้นช่างโหดร้ายแต่ก็โรแมนติกในแบบของตัวเอง การที่ตัวละครต้องรอคอยอย่างมีความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน ทำให้คนดูรู้สึกหวั่นไหวตามไปด้วย ฉากสุดท้ายที่ทุกคนรอคอยอย่างเงียบๆ ในห้องโถงนั้นสื่อถึงความหวังที่ยังไม่มอดดับ
ตอนจบของ (พากย์เสียง)หลับเพื่อจบ ลืมเพื่อเริ่ม ทิ้งคำถามไว้เยอะมากว่าน้องสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป พ่อแม่จะชดใช้ความผิดได้อย่างไร และพี่ชายจะรอจนครบ ๓๐ ปีจริงไหม การที่เรื่องจบแบบเปิดทำให้คนดูต้องกลับไปคิดต่อเองว่าถ้าเป็นเราจะเป็นอย่างไร เป็นตอนจบที่กล้าหาญและน่าประทับใจมาก
ฉากที่พ่อแม่ยืนร้องไห้หน้ากระจกห้องทดลองช่างบีบหัวใจเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่พ่อสารภาพผิดว่าตัวเองเป็นคนทำร้ายลูกสาว ความรู้สึกผิดที่สะสมมานานระเบิดออกมาพร้อมน้ำตา ทำให้คนดูอย่างเราจุกอกตามไปด้วย การแสดงของนักแสดงนำส่งอารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก จนลืมไปเลยว่ากำลังดู (พากย์เสียง)หลับเพื่อจบ ลืมเพื่อเริ่ม อยู่