ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่เลือกชุดได้ตรงคาแรคเตอร์มาก นางเอกในชุดสูทสีดำดูเฉียบคมและมีความเป็นผู้นำ ในขณะที่พระเอกใส่สูทสีเทาเข้มดูสุขุมและน่าเชื่อถือ การที่ทั้งคู่ถอดหมวกกันน็อคแล้วผมยังเป๊ะ ยิ่งเสริมลุคให้ดูสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก ฉากที่เดินจับแขนกันผ่านล็อบบี้โรงแรม มันส่งพลังของความมั่นใจออกมาอย่างล้นเหลือ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับบรรยากาศหรูหราในเรื่อง รักสายฟ้าแลบ มากๆ เลยค่ะ อยากรู้ว่าเบื้องหลังความหรูนี้จะมีดราม่าอะไรตามมาอีก
ชอบการแสดงของนางเอกมาก โดยเฉพาะแววตาที่เปลี่ยนจากตอนขี่รถที่ดูร่าเริง มาเป็นสีหน้าจริงจังตอนคุยกับพระเอกในโรงแรม มันสื่ออารมณ์ได้ดีมากโดยไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะๆ ส่วนพระเอกก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษที่คอยปกป้องและให้เกียรติผู้หญิงได้ดีมาก ฉากที่เขายื่นโทรศัพท์ให้พนักงานดูเพื่อแก้ปัญหา มันดูเท่และฉลาดมาก เรื่อง รักสายฟ้าแลบ เรื่องนี้เน้นการแสดงผ่านภาษากายและสายตาที่ทำให้คนดูต้องจับจ้องหน้าจอตลอดเวลา
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือฉากที่พระเอกโชว์โทรศัพท์ให้พนักงานต้อนรับดู มันทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ การที่พนักงานเปลี่ยนท่าทีทันทีแสดงว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นมีอำนาจบางอย่าง หรืออาจจะเป็นการยืนยันตัวตนระดับสูง ฉากนี้ทำให้พล็อตเรื่อง รักสายฟ้าแลบ น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงต้องมาขี่สกู๊ตเตอร์แล้วมาเข้าโรงแรมหรูแบบนี้ มันต้องมีปมดราม่าใหญ่ๆ รออยู่แน่นอน
การถ่ายทำฉากขี่รถไปตามถนนที่มีต้นไม้เรียงราย ให้ความรู้สึกสดชื่นและโรแมนติกมาก ตัดกับฉากในเมืองที่มีตึกสูงเสียดฟ้า ทำให้เห็นความหลากหลายของสถานที่ในเรื่อง รักสายฟ้าแลบ ได้ชัดเจน เพลงประกอบถ้ามีคงจะเพราะมากแน่ๆ กับภาพสวยๆ แบบนี้ การที่ทั้งคู่ดูมีความสุขแม้จะอยู่บนยานพาหนะเล็กๆ อย่างสกู๊ตเตอร์ มันสื่อให้เห็นว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่วัตถุแต่อยู่ที่คนข้างๆ จริงๆ ดูแล้วอยากมีแฟนมาซ้อนท้ายรถบ้างจัง
แม้จะเป็นตัวประกอบแต่พนักงานต้อนรับในโรงแรมก็แสดงได้ธรรมชาติมาก สีหน้าที่เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจแล้วยิ้มรับ มันทำให้ฉากดูสมจริงและไม่แข็งทื่อ การตอบสนองของเธอช่วยส่งเสริมให้ตัวละครหลักดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมากขึ้นโดยไม่ต้องออกคำสั่งเสียงดัง เรื่อง รักสายฟ้าแลบ ใส่ใจในรายละเอียดของตัวละครประกอบได้ดีมาก ทำให้โลกในเรื่องดูมีชีวิตชีวาและน่าเชื่อถือ อยากรู้ว่าเธอจะมีบทบาทสำคัญในฉากต่อๆ ไปไหม