จากห้องประชุมหรูสู่วิ่งไล่ตามบนถนน พระเอกยอมทิ้งภาพลักษณ์ผู้บริหารมาปั่นจักรยานตามนางเอกที่ขี่มอเตอร์ไซค์สีชมพู ฉากนี้ทั้งฮาและซึ้งปนกัน การที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ แสดงให้เห็นว่าความรักใน รักสายฟ้าแลบ ไม่ได้วัดกันที่เงินทอง แต่วัดกันที่การกระทำจริงๆ ช็อตที่เขายื่นบัตรเครดิตให้คนอื่นแล้วยังวิ่งต่อคือจุดพีคมาก
ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดสีหน้าพระเอกตอนเห็นนางเอกจะจากไป แววตาใต้แว่นทองคู่นั้นสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลยสักคำ ความเงียบในฉากนี้ทรงพลังกว่าเสียงตะโกนเสียอีก เนื้อเรื่องใน รักสายฟ้าแลบ เดินเรื่องได้กระชับมาก ไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูอินไปกับความเจ็บปวดของตัวละครได้ง่ายๆ อยากรู้ว่าบทสรุปของคู่นี้จะลงเอยแบบไหน
คอนทราสต์ของภาพระหว่างนางเอกบนรถสกู๊ตเตอร์สีหวานกับพระเอกในชุดสูทสีดำสนิทที่วิ่งตามหลัง เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนมากว่าโลกของทั้งสองคนต่างกันแค่ไหน แต่เขาก็พยายามวิ่งเข้าไปในโลกของเธอ การตัดสลับฉากใน รักสายฟ้าแลบ ทำได้ดีมาก ทำให้เห็นความพยายามของพระเอกที่อยากทวงคืนสิ่งที่เสียไป แม้จะดูตลกแต่ก็แฝงความเศร้าไว้ลึกๆ
ตัวละครเพื่อนพระเอกที่ใส่สูทเขียวดูมีสีสันและรู้ทันสถานการณ์มาก เวลาพระเอกทำท่าทางงุนงงหรือวิ่งตามนางเอก เพื่อนคนนี้จะเป็นคนคอยคอมเมนต์หรือทำท่าทางขำๆ ช่วยลดความตึงเครียดของเรื่องลงได้พอสมควร ฉากใน รักสายฟ้าแลบ ที่มีตัวละครเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้บรรยากาศไม่หนักจนเกินไป และทำให้เราเห็นมุมมองของคนนอกที่มีต่อความสัมพันธ์คู่นี้ด้วย
ฉากที่นางเอกเดินหนีออกไปโดยไม่มีคำพูดลาใดๆ ทิ้งให้พระเอกยืนถือกระดาษที่ยับยู่อยู่คนเดียว มันเจ็บปวดมาก ความเงียบในวินาทีนั้นบอกทุกอย่างว่าเธอตัดสินใจแล้วจริงๆ แต่การที่พระเอกไม่ยอมแพ้และวิ่งตามออกไปทันที แสดงให้เห็นว่าใน รักสายฟ้าแลบ ความรักครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ การแสดงของนางเอกตอนขี่รถออกไปโดยไม่หันกลับเลยทำเอาใจหาย