ฉากนี้ซึ้งมากค่ะตอนที่นางเอกเข้าไปกอดเด็กน้อยอย่างอ่อนโยนและเต็มใจ สีหน้าเธอแสดงออกถึงความรักแม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดมาก ดูเหมือนเธอพยายามพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าครอบครัวใหญ่ที่ไม่ค่อยต้อนรับเธอเท่าไหร่ ในเรื่อง ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ฉากแบบนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยเธอจริงๆ อยากรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับแม่ลูกคู่นี้กันแน่ จะมีความสุขไหม
ท่านแม่ที่นั่งมองอยู่ดูเหมือนจะพอใจแต่ก็ยังมีท่าทีระวังตัวซ่อนอยู่ลึกๆ สีหน้ายิ้มๆแต่ตาไม่ยิ้มเลยนะ รู้สึกว่านางเอกต้องผ่านด่านหินอีกเยอะแน่ๆ การแสดงสีหน้าของนักแสดงรุ่นพี่ดีมาก ทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดพอสมควร สำหรับใครที่ดู ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย จะรู้ว่าครอบครัวนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าไปอยู่ ต้องสู้หนักมาก
ท่านชายที่นั่งนิ่งๆนี่น่าสงสัยมาก ไม่รู้คิดอะไรอยู่ภายในใจ แค่จ้องมองอย่างเดียวเลย ให้ภรรยาจัดการกับลูกเองหรือว่ากำลังทดสอบอะไรบางอย่างอยู่กันแน่ ฉากนี้ใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำให้อยากรู้บทบาทของเขามากขึ้น ว่าเขาจะปกป้องนางเอกได้ไหมหรือว่าจะกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งให้แก้ รอลุ้นตอนต่อไป
ชอบการตกแต่งฉากมากค่ะ ดูหรูหราและสมยุคสมัยจริงๆ แสงเทียนทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นแต่ก็แฝงความเย็นชาของการเมืองในครอบครัวใหญ่อย่างชัดเจน เสื้อผ้าตัวละครสวยมากโดยเฉพาะชุดสีเขียวของนางเอก ดูแล้วเพลินตาสุดๆ ใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย งานผลิตถือว่าใส่ใจรายละเอียดดีค่ะ คุ้มค่าการรับชมมาก
แม้ทุกคนจะยิ้มแต่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลเลยนะ โดยเฉพาะตอนที่นางเอกแนะนำตัวหรือพูดอะไรสักอย่าง ทุกคนจับจ้องมาที่เธอหมด ดูเหมือนเธอเป็นจุดสนใจที่ไม่ค่อยได้รับการต้อนรับเท่าไหร่ คนดูอย่างเราเครียดแทนเลยจริงๆ ใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญแน่ๆ ต้องติดตามชมต่อ
ดูแล้วอินมากกับเรื่องราวการต่อสู้ในครอบครัวใหญ่ยุคโบราณ นางเอกดูเก่งและใจเย็นมากที่รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้โดยไม่เสียอาการ เด็กน้อยก็น่ารักมากค่ะ เข้ากับนางเอกได้ดีมาก ใครชอบแนวนี้ต้องไม่พลาด ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย รับรองว่าดูแล้ววางไม่ลงแน่นอนค่ะ ติดตามต่อทุกตอนเลย ห้ามพลาด