ฉากนี้ดูแล้วจุกอกมากเลยนะคะ โดยเฉพาะตอนที่นางเอกชุดชมพูนั่งน้ำตาคลอเบ้า สายตาที่มองไปยังองค์ชายชุดขาวมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวังปนกัน รู้สึกได้เลยว่าเธอต้องกดดันมากแค่ไหนที่ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างสองผู้ชายนี้ เนื้อเรื่องในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมากจริงๆ ค่ะ อยากให้ตอนต่อไปเธอปลอดภัยสักที ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานใจแบบนี้ nữa
ตัวละครชายชุดเขียวคนนี้แสดงได้เจ็บปวดมากค่ะ ท่าทางที่คุกเข่าและพยายามอธิบายอะไรบางอย่างให้ท่านชายชุดขาวฟัง มันดูเหมือนเขาถูกใส่ร้ายหรือเข้าใจผิดอะไรสักอย่างอย่างแรงเลย สีหน้าที่เปลี่ยนจากโกรธเป็นอ้อนวอนมันทำให้คนดูอย่างเราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนร้ายในเรื่องฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย นี่แหละค่ะความสนุกของการดูดราม่าจีนโบราณที่หักมุมได้ตลอดเวลา
ต้องยอมรับเลยว่าองค์ชายชุดขาวที่สวมเสื้อขนสัตว์สีขาวดูมีอำนาจมากค่ะ นั่งนิ่งๆ แต่ก็กดดันไปทั้งห้องประชุม สายตาที่มองลงมาที่ชายชุดเขียวมันเย็นชาแต่ก็แฝงความปกป้องนางเอกไว้ด้วย ฉากนี้ในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่มากๆ แสงเทียนและบรรยากาศในห้องช่วยเสริมให้ดูขลังและตึงเครียดสุดๆ ไปเลยค่ะ อยากให้ฉากแบบนี้มีเยอะๆ
ชอบการจัดฉากในห้องประชุมมากค่ะ มีขุนนางนั่งเรียงรายสองข้างฝั่ง ทำให้รู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้สำคัญมากต่อชะตากรรมของตัวละครหลัก แสงเทียนที่ส่องสว่างสลัวๆ ยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่แน่นอนเข้าไปอีก ดูแล้วลุ้นแทนนางเอกชุดชมพูจริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องจะลงเอยอย่างไรในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย คนสร้างฉากเก่งมากค่ะ ละเอียดทุกมุมจริงๆ
ความสัมพันธ์ของสามคนหลักนี่ซับซ้อนมากค่ะ ชายชุดเขียวดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนางเอก แต่ทำไมองค์ชายชุดขาวถึงมาอยู่ตรงนี้ด้วยแล้วดูเหมือนจะเป็นคนชี้ขาดชะตากรรมทุกอย่าง การที่นางเอกต้องมายืนฟังพวกเขาโต้แย้งกันแบบนี้มันน่าเห็นใจสุดๆ เลยค่ะ เนื้อเรื่องของฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ค่ะ ติดตามทุกตอนเลย
เพิ่งเริ่มดูเรื่องนี้ในแอปเน็ตชอร์ต แล้วติดงอมแงมเลยค่ะ การแสดงของนักแสดงทุกคนธรรมชาติมาก โดยเฉพาะฉากดราม่าในห้องประชุมนี้ที่พีคสุดๆ อารมณ์ร่วมมันไหลมาเทมาจนไม่อยากรอตอนต่อไปเลย ใครที่ชอบแนววังหลวงดราม่าต้องลองดูเรื่องฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย นะคะ รับรองว่าดูแล้ววางไม่ลงแน่นอนค่ะ สนุกทุกตอนจริงๆ