ฉากนี้บีบหัวใจคนดูมากค่ะ เห็นเฉินหยูหลานร้องไห้จนตัวสั่นแล้วยืนไม่ไหวต้องคุกเข่าลงกับพื้น รู้สึกเจ็บแทนจริงๆ พี่ชายใหญ่จูเซวียนหยวนก็พยายามปลอบโยนอย่างเต็มที่ แต่บรรยากาศมันตึงเครียดมาก แม่ใหญ่ก็นั่งมองอยู่เงียบๆ ดูเหมือนจะมีปมซ่อนอยู่เยอะมากใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ตอนนี้อารมณ์ตัวละครพุ่งพล่านมากจนคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามเลยจริงๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่จูหลงหยวนยื่นหนังสือให้ซ่งอันเฉียว มือเขาสั่นเลยนะรู้ไหม สีหน้าของซ่งอันเฉียวตอนรับหนังสือคือพูดไม่ออกเลย มันดูเหมือนจะเป็นหนังสือสำคัญบางอย่างที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล ดูใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย แล้วรู้สึกเลยว่าความรักในยุคโบราณมันช่างยากเย็นจริงๆ ใครจะทนไหวบ้างเนี่ยใจสลายมาก
ตอนแรกนึกว่าแม่ใหญ่ใจแข็งนั่งจิบชาสบายๆ ที่ไหนได้ตอนหลังท่านร้องไห้และพนมมือขอพรให้เห็นชัดๆ เลยค่ะ แสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันกระทบใจท่านมากเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย เล่นอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ฉากนี้ทำให้เห็นความเป็นแม่ที่ห่วงลูกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ น่าสงสารท่านจริงๆ ค่ะ
ชอบฉากที่จูเซวียนหยวนกอดเฉินหยูหลานมากค่ะ มันสื่อถึงความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดเยอะเลย แม้สถานการณ์จะแย่แค่ไหนแต่ก็มีคนคอยประคองอยู่ ส่วนคู่ของจูหลงหยวนกับซ่งอันเฉียวก็กอดกันทั้งที่มีหนังสืออยู่ในมือ มันขัดแย้งกันดีนะ ดู ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย แล้วรู้สึกว่าความสัมพันธ์แต่ละคู่มีมิติมาก ไม่เรียบง่ายเลยสักคู่จริงๆ
นักแสดงทุกคนทำได้ดีมากโดยเฉพาะสีหน้าตอนรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จูหลงหยวนตาแดงก่ำเลยนะตอนยื่นหนังสือให้ซ่งอันเฉียว ส่วนซ่งอันเฉียวก็เก็บอาการได้เก่งมากแม้จะเจ็บปวด ฉากแสงเทียนช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูขลังและเศร้าขึ้นไปอีก ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำฉากออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก คนดูรู้สึกอินไปกับทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครจริงๆ
นึกว่าจะจบแบบมีความสุขที่ไหนได้มีดราม่าหนักมากเรื่องการแยกทางกัน ฉากที่ซ่งอันเฉียวเดินหนีไปหลังจากได้รับหนังสือคือจบแบบค้างคาใจมาก อยากรู้ต่อว่าสุดท้ายแล้วทุกคนจะลงเอยยังไง ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ดันมาทำฉากหักมุมได้เจ็บปวดขนาดนี้ ใครที่ใจไม่แข็งพออาจจะดูฉากนี้ไม่ไหวแน่ๆ ต้องหาอะไรมากดทับอารมณ์หน่อยแล้ว