ตอนแรกนึกว่าจะเป็นการพบกันธรรมดาของเพื่อนเก่าในย่านนี้ แต่พอเห็นฉากหลังกลับกลายเป็นการสอบสวนที่ตึงเครียดมาก หญิงชุดขาวดูสงบแต่ซ่อนเงื่อนงำสำคัญ ส่วนหญิงชุดม่วงนั้นอันตรายจริงๆ โดยเฉพาะฉากผักที่ทำให้ฮาปนตกใจ ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำได้ดีมากในการพลิกสถานการณ์คนดูได้ตลอดเวลา และทำให้คนดูต้องติดตามต่อ
ตัวละครฉู่อวี้เจี้ยที่ถูกมัดดูมีปมซ่อนอยู่เยอะมาก แม้จะถูกตรึงไว้กับเก้าอี้แต่สายตายังท้าทายไม่ยอมแพ้ หญิงชุดม่วงพยายามข่มขู่แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไร ฉากนี้ทำให้อยากรู้ต่อว่าความจริงคืออะไรกันแน่ ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย สร้างความสงสัยให้คนดูได้ตลอดทุกวินาทีของการรับชม และอยากทราบตอนต่อไปเร็วมาก
ต้องชมการออกแบบเครื่องแต่งกายที่วิจิตรบรรจงมาก โดยเฉพาะชุดสีม่วงของหญิงร้ายที่ดูทรงพลังมาก เวลาถือแส้แล้วยิ่งดูน่าเกรงขามขึ้นทันที ตัดกับฉากที่ดูอ่อนโยนตอนแรกได้อย่างน่าสนใจมาก ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ใส่รายละเอียดความขัดแย้งนี้ได้เก่งมากจนคนดูต้องจดจ่อ และชื่นชมในความละเอียดของงานสร้าง
ใครจะคิดว่าฉากสอบสวนจะจบด้วยการยื่นถาดผักให้ดู มันทั้งตลกและแปลกมาก ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงนิดหน่อย แต่ก็น่าสงสัยว่าหมายถึงอะไรกันแน่ ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย มักจะมีมุกแบบนี้แทรกมาเสมอ ทำให้ไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียวในการติดตาม และสร้างรอยยิ้มให้คนดูได้เสมอ
ฉากหลังตกแต่งได้สวยงามมาก โคมไฟและม่านสร้างบรรยากาศลึกลับได้ดีเยี่ยม การเดินเรื่องจากลานกว้างสู่ห้องปิดทำให้รู้สึกอึดอัดตามตัวละครหลัก ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ใช้สถานที่เล่าเรื่องได้มีประสิทธิภาพมาก คนดูรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า และดื่มด่ำกับบรรยากาศโบราณอย่างมาก
สีหน้าของหญิงชุดขาวตอนดื่มชาสื่อความหมายได้ดีมาก ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนฉากที่ถูกมัดก็แสดงออกทางสายตาได้ชัดเจนมาก ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ดึงดูดคนดูด้วยการแสดงล้วนๆ ทำให้ติดตามต่อได้ไม่ยากเลยจริงๆ และประทับใจในฝีมือการแสดงของนักแสดงทุกคน