ฉากดื่มชาที่ดูเงียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ สายตาของเขาดูเย็นชาแต่กลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกๆ การคุกเข่าของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในเรื่องฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ได้ชัดเจนมาก ชอบตรงที่ผู้กำกับใช้ความเงียบในการเล่าเรื่องแทนคำพูดเยอะๆ ทำให้คนดูอย่างเราต้องจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครจริงๆค่ะ
ชุดเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้สวยตะลึงไปเลย โดยเฉพาะชุดสีดำทองที่ดูทรงพลังตัดกับชุดสีขาวแดงได้อย่างลงตัว รายละเอียดลายปักละเอียดมากค่ะ ดูแล้วรู้ว่าทีมงานฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ตั้งใจทำออกมาสุดๆ ฉากแต่ละฉากเหมือนภาพวาดโบราณที่มีชีวิตชีวา อยากให้มีการเบื้องหลังการแต่งตัวมาให้ดูบ้างจังเลย เพราะแต่ละลุคคือวิจิตรตระการตาจริงๆ
พระเอกแสดงสีหน้าได้ละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับคิ้วหรือกรอกตาก็สื่ออารมณ์ได้หมดเลย ฉากที่อ่านหนังสือแล้วโยนทิ้งแสดงถึงความหงุดหงิดที่เก็บกดไว้ในเรื่องฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ได้ดีมาก คนดูรู้สึกอินไปกับความเครียดของตัวละครเลย อยากทราบจริงๆว่าเบื้องหลังความเย็นชานี้มีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่บ้างแน่ๆ
โมเมนต์ที่ตัวละครต้องก้มหัวลงกับพื้นทำให้ใจเราหดหู่ไปด้วยเลย มันสื่อถึงอำนาจวาสนาที่กดทับกันอยู่ ความสัมพันธ์แบบนี้ในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแต่ก็อยากติดตามต่อว่าจุดจบจะเป็นยังไง การแสดงออกทางภาษากายของนักแสดงทั้งคู่เข้าขากันดีมากจนแทบไม่ต้องใช้บทพูดเลย
ฉากกลางคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวงช่วยสร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยมมาก รู้สึกเหมือนมีความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผยในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย แสงเงาในห้องอ่านหนังสือก็ทำออกมาได้มีมิติมากค่ะ ดูแล้วไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว อยากให้ตอนต่อไปเร่งจังหวะการเปิดปมหน่อยเพราะเริ่มอยากรู้ความจริงแล้ว
บุคคลในชุดสีทองดูสง่างามและน่าค้นหาที่สุดเลย ท่าทางการเคลื่อนไหวอ่อนช้อยแต่แฝงความเศร้าไว้ลึกๆ ในฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ดูเหมือนเธอจะมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องมากทีเดียว หวังว่าเธอจะไม่ต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เพราะดูแล้วน่าเห็นใจจริงๆค่ะ