ฉากที่นางเอกนั่งมองกระจกแล้วปรับผมช่างสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากค่ะ ดูเหมือนเธอซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้ความงามนั้น การแสดงสีหน้าละเอียดอ่อนทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย จริงๆ บรรยากาศในห้องที่อบอุ่นแต่ใจเธอกลับเย็นชาขัดแย้งกันได้ดีมาก อยากทราบต่อไปว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้
ฉากภายนอกที่ชายชุดขาวคุยกับขันทีสีแดงดูตลกแต่แฝงความเครียด ชายชุดขาวดูเคร่งขรึมส่วนอีกคนดูร่าเริงเกินไปหน่อย การเดินเรื่องใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ทำได้รวดเร็วไม่น่าเบื่อ ฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณสวยงามมาก ช่วยเสริมบรรยากาศให้เรื่องดูขลังขึ้นเยอะเลย ชอบตรงที่บทพูดไม่เยิ่นเย้อและดำเนินเรื่องได้สนุกมาก
ต้องชมทีมเครื่องแต่งกายที่ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ชุดสีเขียวของนางเอกเข้ากับผิวพรรณ ชุดชายชุดขาวก็ดูสง่างามสมฐานะ ทุกเฟรมใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย เหมือนภาพวาดจีนที่มีชีวิต ชื่นชอบการจัดแสงที่นุ่มนวลทำให้เห็นรายละเอียดลายปักชัดเจน การดูแลรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกคุ้มค่าในการรับชมจริงๆค่ะ คุ้มค่าเวลาที่ต้องรอคอยติดตาม
รู้สึกว่ามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ระหว่างนางเอกและชายชุดขาว สีหน้ากังวลของเธอตอนมองกระจกบอกอะไรได้มากมาย พล็อตใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย น่าจะกำลังเข้าสู่จุดหักมุมสำคัญ การตัดสลับฉากระหว่างในห้องและนอกชานทำให้คนดูอยากรู้ว่าพวกเขาจะเจอกันเมื่อไหร่ ความตึงเครียดค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆแต่ทรงพลังมากจริงๆ
นักแสดงนำแสดงสีหน้าได้มีมิติมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่นางเอกหยิบดอกไม้แล้วทำหน้าเศร้าใจละลายเลย การแสดงใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย ถือว่าผ่านฉลุยค่ะ คนดูรู้สึกอินไปกับความรู้สึกตัวละครได้ง่ายๆ บทบาทขันทีก็ช่วยเติมสีสันไม่ให้เรื่องเครียดเกินไปจนหมด สนับสนุนให้นักแสดงได้รับรางวัลเลย
ดูแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในวังโบราณจริงๆค่ะ บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยอันตรายเล็กน้อย การดูผ่านแอปดูหนังสุดโปรดทำให้เห็นภาพชัดมากไม่กระตุก เรื่องราวใน ฝ่าบาทได้โปรด อย่าหนีข้าเลย มีเสน่ห์แบบเฉพาะตัวที่หาได้ยากในละครยุคปัจจุบัน ชอบตรงที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ให้เวลาตัวละครได้แสดงอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่จริงๆ