ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้มุมกล้องจับภาพสีหน้าของตัวละครหญิงทั้งสองคน โดยเฉพาะตอนที่พวกเธอมองตากัน มันเหมือนมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตาเลยจริงๆ เสื้อผ้าที่พวกเธอใส่ก็บอกสถานะทางสังคมได้ดีมาก คนหนึ่งดูเรียบหรูอีกคนดูอ่อนโยนแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว ฉากนี้ใน เล่ห์รักลวงใจ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับๆ ของคนอื่นอยู่ ความเงียบในห้องโรงพยาบาลยิ่งทำให้บทสนทนาทุกคำมีความหมายและหนักแน่นขึ้นเป็นเท่าตัว
ดูแล้วปวดหัวไปหมดเพราะไม่รู้จะเข้าข้างใครดี ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงดูเหมือนจะเป็นเหยื่อแต่ก็อาจจะซ่อนอะไรไว้ ผู้หญิงชุดขาวดูน่าสงสารแต่แววตาก็ดูมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนผู้หญิงชุดทวิดยิ่งดูน่ากลัวด้วยความนิ่งและเย็นชา เรื่องราวใน เล่ห์รักลวงใจ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก ทำให้เราต้องคอยเดาใจตัวละครตลอดเวลาว่าใครกำลังโกหกใครอยู่ การดำเนินเรื่องช้าแต่ทรงพลังทุกช็อตทำให้เราติดหนึบจนไม่อยากกดข้ามฉากนี้เลย
สังเกตไหมว่าตอนที่ผู้หญิงชุดทวิดพูด มือของเธอจะกำแน่นแสดงถึงความเครียดที่พยายามซ่อนไว้ ในขณะที่ผู้หญิงชุดขาวจะยืนตัวตรงแต่สายตาดูหวั่นไหวเล็กน้อย ชายหนุ่มบนเตียงพยายามจะพูดแต่ก็หยุดกลางคันเหมือนมีอะไรติดค้างในใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ใน เล่ห์รักลวงใจ แบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมาก ไม่ใช่แค่การทะเลาะกันธรรมดาแต่เป็นการต่อสู้ทางจิตวิทยาที่แต่ละคนต่างพยายามปกป้องตัวเอง ฉากนี้ทำให้เราเห็นเลยว่าความรักและความแค้นมันใกล้กันแค่เส้นบางๆ
ต้องชมทีมสร้างฉากที่ทำออกมาได้สมจริงมาก เสียงเครื่องวัดชีพจรเบาๆ ในพื้นหลังช่วยเพิ่มความกดดันได้ดีสุดๆ การที่ตัวละครทั้งสามยืนอยู่ในห้องแคบๆ ทำให้เรารู้สึกอึดอัดตามไปด้วย เหมือนเราถูกขังอยู่ในห้องนั้นกับพวกเขาจริงๆ เนื้อหาใน เล่ห์รักลวงใจ ช่วงนี้เข้มข้นมากจนเราต้องกลั้นหายใจตามตัวละครไปด้วย ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างคนทั้งสามทำให้เราสงสัยว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะในเกมความรักครั้งนี้กันแน่
ฉากในโรงพยาบาลดูสมจริงมาก แสงสีและบรรยากาศกดดันทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามตัวละคร ชายหนุ่มที่หัวมีผ้าพันแผลดูอ่อนแอแต่สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ส่วนผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงดูเหมือนจะมีปมขัดแย้งที่ซับซ้อน การแสดงสีหน้าของทุกคนใน เล่ห์รักลวงใจ สื่ออารมณ์ได้ดีมากจนเราคาดเดาไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกหรือผิด ความตึงเครียดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทำให้เราต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเลยสักนิด