การตัดภาพไปยังฉากหนึ่งปีก่อนที่ทำเอาขนลุกซู่ เมื่อหญิงสาวในชุดสีน้ำตาลยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มในห้องประชุมอย่างเดือดดาล สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งที่สะสมมานาน ฉากนี้ในเล่ห์รักลวงใจทำได้ดีมากในการเปลี่ยนอารมณ์จากโรแมนติกเป็นดราม่าเข้มข้นทันที ทำให้คนดูต้องรีบกดดูต่อว่าตกลงแล้วทั้งสองคนมีปมอะไรกันแน่
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเล่ห์รักลวงใจมาก โดยเฉพาะตอนที่ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับไหล่หญิงสาวบนเตียง แม้ภายนอกจะดูเป็นการปลอบโยน แต่การเกร็งตัวของฝ่ายหญิงและการหลบสายตาบอกเราว่าเธอไม่สบายใจกับการสัมผัสนี้เลย มันคือความละเอียดอ่อนของการแสดงที่ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมในความสัมพันธ์โดยไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลย
ตัวละครชายในเรื่องนี้มีความน่าสนใจตรงที่มีความย้อนแย้งสูงมาก ตอนอยู่ห้องนอนเขาดูอ่อนโยนและเอาใจใส่เหมือนสามีที่สมบูรณ์แบบ แต่พอตัดภาพไปฉากประชุมหรือตอนคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงและสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและคิดคำนวณทันที ความสองหน้านี้ของเล่ห์รักลวงใจทำให้คนดูต้องคอยเดาตลอดเวลาว่าหน้าไหนคือหน้าจริงของเขากันแน่
ต้องชมทีมสร้างฉากและแสงสีของเล่ห์รักลวงใจที่ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ฉากในห้องนอนที่ใช้โทนสีสว่างแต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนกรงขังทอง ในขณะที่ฉากห้องประชุมใช้แสงที่เย็นและแข็งกระด้างเพื่อเสริมอารมณ์ความตึงเครียด ทุกเฟรมภาพล้วนถูกออกแบบมาเพื่อบีบคั้นอารมณ์คนดูให้รู้สึกถึงความกดดันที่ตัวละครหญิงต้องเผชิญอย่างแท้จริง
ฉากเปิดเรื่องช่างดูอบอุ่นจนน่าใจหาย เมื่อชายหนุ่มในชุดสูทนำนมและขนมมาให้หญิงสาวบนเตียง แต่แววตาของเขากลับดูซับซ้อนเกินกว่าแค่ความห่วงใย การสัมผัสที่นุ่มนวลกลับแฝงความกดดันบางอย่างที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องตั้งคำถามว่า ความรักในเล่ห์รักลวงใจนี้แท้จริงแล้วคือความปรารถนาดีหรือการครอบงำกันแน่ บรรยากาศในห้องนอนที่ดูหรูหราแต่กลับอึดอัดจนหายใจไม่ออก