ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้ภาพตัดสลับระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลื่นไหล ฉากที่หญิงสาวล้มลงแล้วแม่รีบเข้าไปช่วยพร้อมทั้งหยิบจี้ขึ้นมาดู มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง เล่ห์รักลวงใจ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่แม่โทรหาใครสักคนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับความทุกข์ของตัวละครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การที่ตัวละครแม่จำลูกตัวเองได้จากจี้ห้อยคอเป็นพล็อตที่คลาสสิกแต่ยังใช้ได้ผลเสมอ ฉาก flashback ที่ย้อนกลับไปตอนเด็กยังทารกตัดกับภาพปัจจุบันที่ทำเอาขนลุกซู่ ความเจ็บปวดบนใบหน้าของแม่ตอนรู้ความจริงมันสื่อออกมาได้ทรงพลังมาก เล่ห์รักลวงใจ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าบางทีความจริงอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงที่สุด
ฉากอุบัติเหตุที่ดูเหมือนจะจบแบบธรรมดา แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความจริงทั้งหมด การที่แม่ต้องมาพบลูกในสภาพหมดสติแบบนี้มันช่างโหดร้ายแต่ก็จำเป็นสำหรับเนื้อเรื่อง เล่ห์รักลวงใจ สร้างปมดราม่าได้เข้มข้นมาก โดยเฉพาะตอนที่แม่กอดลูกแล้วร้องไห้ มันคือฉากที่เรียกน้ำตาคนดูได้เป็นอย่างดีจริงๆ
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างจี้ห้อยคอที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมด การแสดงของนักแสดงนำทั้งแม่และลูกทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่แม่เห็นจี้แล้วจำได้ทันทีว่ามันคือของที่เคยให้ลูกไว้ เล่ห์รักลวงใจ เรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่าดราม่าดีๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เอฟเฟกต์อลังการ แค่เรื่องราวและอารมณ์ที่แท้จริงก็เพียงพอแล้ว
ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศดูตึงเครียดมาก แต่จุดพีคคือตอนที่หญิงสาวถือกล่องเดินออกมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ จังหวะที่จี้ห้อยคอหลุดออกมาทำให้คนดูอย่างเราต้องหยุดหายใจตามไปด้วย ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนใน เล่ห์รักลวงใจ ถูกเปิดเผยผ่านวัตถุชิ้นเล็กๆ นี้ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ การแสดงสีหน้าของตัวละครแม่ตอนเห็นจี้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย