ชอบวิธีเล่าเรื่องในเล่ห์รักลวงใจ ที่ใช้ความแตกต่างของตัวละครมาสร้างเสน่ห์ พระเอกในชุดสูทสีดำดูเป็นผู้ใหญ่และเคร่งขรึม ตัดกับนางเอกที่ดูสดใสซุกซนในชุดสีขาวและหมวกหูหมี การที่เธอพยายามเขียนเบอร์ให้แต่เขาฉีกทิ้ง แล้วสุดท้ายทั้งคู่ก็โทรหากันจนได้ มันคือเกมแมวไล่จับหนูที่ดูแล้วอดยิ้มไม่ได้ ฉากนี้บอกเลยว่าเคมีเข้ากันมาก
สิ่งที่ทำให้เล่ห์รักลวงใจ น่าดูคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นหมวกกันน็อคสีชมพูที่มีหูหมีของนางเอก ที่สื่อถึงความเป็นเด็กและไร้เดียงสา ตัดกับรถเบนซ์สีดำเงาของพระเอกที่แสดงถึงฐานะและความสุขุม การที่เธอต้องยืนรอเขาโทรศัพท์กลับมาท่ามกลางลมที่พัดแรง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจคนดูจริงๆ
แม้จะไม่มีเสียงพูดให้ฟังมาก แต่ภาษากายในเล่ห์รักลวงใจ บอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจนมาก สายตาที่พระเอกมองนางเอกตอนเธอเขียนเบอร์ให้ มันมีความลังเลและความสนใจซ่อนอยู่ หรือตอนที่นางเอกทำท่าทางน้อยใจเมื่อเขาฉีกกระดาษทิ้ง มันทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับความสัมพันธ์นี้ การโทรศัพท์หากันในตอนท้ายคือจุดพีคที่รอคอย
ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้างเล่ห์รักลวงใจ ที่เลือกโลเคชั่นถนนโล่งๆ กับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนบ่าย มันช่วยส่งเสริมอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี ฉากที่นางเอกขี่รถสกู๊ตเตอร์สีชมพูมาหาพระเอกที่กำลังยืนรออยู่ มันเหมือนภาพในความฝันที่สาวๆ อยากเจอ การแต่งตัวของทั้งคู่ก็ดูแพงและมีความเป็นแฟชั่นนิสต้า ทำให้การดูซีรีส์เรื่องนี้สนุกทั้งภาพและเนื้อหา
ฉากเปิดเรื่องในเล่ห์รักลวงใจ ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ เมื่อหญิงสาวสวมหมวกกันน็อคสีชมพูน่ารักเกิดอุบัติเหตุล้มลงตรงหน้ารถหรูของพระเอกที่ดูเย็นชา แต่แทนที่จะเป็นการทะเลาะวิวาท กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่คาดไม่ถึง การแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ท่ามกลางถนนที่เงียบเหงา ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกแบบไม่ทันตั้งตัว ใครจะรู้ว่าอุบัติเหตุเล็กๆ จะเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปได้ขนาดนี้