จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดดูเหมือนจะอยู่ที่จี้ห้อยคอชิ้นเล็กๆ ที่แม่สามีถืออยู่ในมือ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีที่เปิดดูรูปข้างใน บ่งบอกว่านี่คือกุญแจสำคัญที่จะไขปมทั้งหมดของเล่ห์รักลวงใจ ฉากนี้ถ่ายทำได้อารมณ์มาก แสงสว่างในห้องโรงพยาบาลที่ตัดกับความมืดมนในใจตัวละคร ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่ไว้วางใจที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
การเปลี่ยนฉากจากโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด มาสู่บ้านหรูที่ดูสงบแต่แฝงไปด้วยอันตราย เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่น่าสนใจมาก ลูกสะใภ้ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาเผชิญหน้ากับแม่สามีอีกครั้งในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ฉากนี้ในเล่ห์รักลวงใจทำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำและอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันในครอบครัวได้ชัดเจนมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดในเล่ห์รักลวงใจคือการแสดงผ่านสายตา แม่สามีที่มีแววตาเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด ส่วนลูกสะใภ้ที่มีแววตาหวาดกลัวแต่พยายามเข้มแข็ง การสื่อสารผ่านสายตาแบบนี้ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาบทพูดเยอะก็เข้าใจอารมณ์ของตัวละครได้ ฉากที่แม่สามีจับมือลูกสะใภ้แล้วพูดอะไรบางอย่าง เป็นฉากที่ทำให้ขนลุกจริงๆ
มีหลายฉากในเล่ห์รักลวงใจที่ตัวละครไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ความเงียบนั้นกลับสื่อสารได้มากกว่าคำพูดร้อยคำ โดยเฉพาะฉากที่แม่สามีจ้องมองลูกสะใภ้ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความรักและความเกลียดชัง ฉากเหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาคิดทบทวนว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ในครอบครัวมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก ความเงียบบางครั้งก็ดังจนแสบหูจริงๆ
ฉากโรงพยาบาลเปิดเรื่องได้เข้มข้นมาก แม่สามีจ้องมองสร้อยคอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เหมือนกำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้ ส่วนลูกสะใภ้ที่เพิ่งฟื้นจากอุบัติเหตุก็ดูสับสนและหวาดกลัว บรรยากาศตึงเครียดจนคนดูต้องกลั้นหายใจ การแสดงของนักแสดงนำส่งอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้เราสงสัยว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อในเล่ห์รักลวงใจเรื่องนี้