ต้องยกนิ้วให้บทของแม่เลี้ยงในเรื่องเล่ห์รักลวงใจ ที่แสดงออกถึงความร้ายกาจได้อย่างแนบเนียน ตอนแรกดูเหมือนจะคุยดีกับลูกสาวตัวเองในชุดสีส้ม แต่พอหันมาอีกทีสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที การสวมใส่ชุดสีส้มตัดกับสีหน้าอันดุร้ายยิ่งทำให้ตัวละครดูมีมิติ การเปลี่ยนฉากจากบ้านไปตึกสูงสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้จะลามไปถึงที่ทำงานแน่นอน
ฉากที่นางเอกเดินเข้าออฟฟิศในเล่ห์รักลวงใจ เปลี่ยนลุคจากเด็กน้อยผู้ถูกกลั่นแกล้งมาเป็นสาวออฟฟิศสุดเฉียบในชุดเดนิมสีน้ำเงินเข้ม เดินผ่านพนักงานที่ก้มหัวให้ราวกับนางพญา การจ้องมองกันระหว่างเธอกับหญิงอีกคนที่โต๊ะทำงานสร้างแรงกดดันมหาศาล ดูเหมือนเกมแมวไล่จับหนูจะเริ่มขึ้นแล้วในสนามใหม่ที่ไม่ใช่แค่ในบ้าน
ชอบรายละเอียดในเรื่องเล่ห์รักลวงใจ มากๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับมุกของแม่เลี้ยงที่ดูแพงแต่กลับอยู่บนคอของคนใจร้าย ตัดกับชุดสีส้มสดใสของลูกสาวที่ดูไร้เดียงสาแต่กลับเป็นสมุนมือขวา ส่วนนางเอกที่ตอนแรกใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ พอมาออฟฟิศกลับแต่งตัวเนี้ยบกริบ แสดงให้เห็นการเติบโตและการเตรียมตัวกลับมาสู้ของตัวละครได้ชัดเจนมาก
พล็อตของเล่ห์รักลวงใจ เดินเรื่องเร็วมาก จากฉากที่ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจในบ้าน ฉากถัดมาเราเห็นนางเอกในสภาพที่พร้อมจะต่อสู้ทันที การตัดภาพไปที่ตึกสูงเสียดฟ้าแล้วตามด้วยการเดินเข้าออฟฟิศอย่างมั่นใจ บอกใบ้ว่าเธอไม่ได้มาทำงานธรรมดา แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไป สีหน้าเรียบนิ่งตอนเดินผ่านคนที่เคยดูถูกช่างสะใจคนดูจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในเล่ห์รักลวงใจ ทำเอาคนดูจุกอกทันที แค่แววตาของนางเอกที่มองลงต่ำก็บอกเล่าความเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การถูกเทน้ำใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวคือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่รุนแรง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือรอยยิ้มเยาะของผู้เป็นแม่เลี้ยงที่ถือแก้วไวน์อย่างผู้ชนะ บรรยากาศในบ้านหรูที่ดูอบอุ่นกลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่เย็นชาที่สุด