ฉากในออฟฟิศคือที่สุดของความตลกขบขันแต่แฝงความกดดัน พระเอกในบทบาทบอสใหญ่ใส่สูทดำแว่นทอง นั่งฟังลูกน้องรายงานด้วยสีหน้านิ่งเฉย ในขณะที่ลูกน้องพยายามอธิบายเรื่องอะไรสักอย่างด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน การแสดงสีหน้าของพระเอกที่เปลี่ยนจากนิ่งเป็นขมวดคิ้วเล็กน้อย บ่งบอกถึงความไม่พอใจได้โดยไม่ต้องพูดเยอะมาก ดูแล้วรู้สึกอินกับบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด
ฉากนางเอกขี่สกู๊ตเตอร์สีชมพูน่ารักๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุล้มกลางถนน เป็นฉากที่สร้างความตกใจได้ทันที พระเอกที่กำลังขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี รีบจอดรถและวิ่งเข้าไปช่วยด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด โมเมนต์ที่เขายื่นมือไปช่วยเธอขึ้นจากพื้น สายตาที่มองกันมันบอกเล่าเรื่องราวมากมาย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เส้นเรื่องในเล่ห์รักลวงใจ เริ่มขยับและน่าสนใจขึ้นมาก
ต้องชมเรื่องการแต่งตัวของตัวละครทุกตัว พระเอกใส่สูทสามชิ้นดูภูมิฐานมาก ในขณะที่นางเอกแม้จะใส่ชุดทำงานแต่ก็ดูอ่อนโยนและน่าปกป้อง ฉากที่เธอนั่งกอดหมอนบนโซฟาสีขาวตัดกับชุดสีขาวของเธอ ทำให้เธอดูเปราะบางเป็นพิเศษ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่างหูหรือเนคไทของตัวละครชาย ก็ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูมีมิติและสมจริงมากขึ้น เป็นงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจรายละเอียด
แม้จะเป็นฉากสั้นๆ แต่เคมีระหว่างพระเอกและนางเอกในตอนจบเรื่องนั้นชัดเจนมาก ตอนที่เขาลงจากรถมาช่วยเธอที่ล้ม สายตาที่เขามองเธอไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่ดูเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ ส่วนเธอเองก็มองเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน เหมือนจะรู้จักเขามาก่อนหรือมีความสัมพันธ์บางอย่าง การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ในเล่ห์รักลวงใจ ทำเอาคนดูใจเต้นตามไปด้วย
ฉากเปิดเรื่องทำได้ดีมาก นางเอกนั่งกอดหมอนด้วยสีหน้ากังวล ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูรูปพระเอกในชุดสูทเท่ๆ ท่ามกลางหิมะตก ดูเหมือนเธอจะกำลังตามหาหรือเฝ้ารอใครบางคน บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่หรูหราแต่เงียบเหงา ยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวของเธอได้ชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนดูอยากรู้ว่าเรื่องราวในเล่ห์รักลวงใจ จะพาเราไปเจออะไรต่อ