ต้องยกนิ้วให้การแสดงของพระเอกในเล่ห์รักลวงใจ ฉากที่เขาได้รับจดหมายลาออกแล้วพยายามทำสีหน้าเรียบเฉย แต่สายตาที่มองตามนางเอกออกไปนั้นบอกอะไรได้มากมาย เขาพยายามหยิบซองจดหมายขึ้นมาดูซ้ำๆ เหมือนพยายามหาเหตุผลหรือความหมายบางอย่าง การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นครุ่นคิด ทำให้คนดูรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดระหว่างตัวละครทั้งสองที่แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่เคมีมันพุ่งพล่านมาก
ชอบการจัดวางมุมกล้องในเล่ห์รักลวงใจ มาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเดินผ่านกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนจับกลุ่มนินทา แสงสว่างในออฟฟิศที่ดูเย็นชาตัดกับอารมณ์ร้อนระอุของตัวละคร ทำให้รู้สึกถึงความอึดอัดของสังคมการทำงานได้ดีมาก ฉากที่เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วหันหลังกลับ เดินผ่านสายตาที่จับจ้องมาทุกทิศทาง มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวและการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของเธอได้อย่างทรงพลัง ดูแล้วอินไปกับความกดดันนั้นจริงๆ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเล่ห์รักลวงใจ มักจะมีความหมายเสมอ อย่างเช่นซองจดหมายสีครีมที่นางเอกยื่นให้ มันดูธรรมดาแต่กลับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง การที่พระเอกหยิบขึ้นมาอ่านแล้วมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที บ่งบอกว่าข้างในนั้นต้องมีข้อความที่กระทบใจเขาอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่การลาออกธรรมดาแน่นอน การดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ ปมปมความลับออกมาผ่านวัตถุชิ้นเล็กๆ แบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและอยากค้นหาความจริงไปพร้อมกับตัวละคร
ต้องชมคอสตูมในเล่ห์รักลวงใจ ที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกตัวละครได้เป็นอย่างดี นางเอกในชุดเสื้อสีขาวผูกโบว์กับกระโปรงสีน้ำตาล ดูสุภาพแต่มีความเข้มแข็งซ่อนอยู่ ตัดกับฉากหลังออฟฟิศที่ดูทันสมัยแต่เย็นชา ชุดทำงานของเธอทำให้เธอดูโดดเด่นออกมาจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ โดยเฉพาะฉากที่เธอยืนตรงหน้าโต๊ะเจ้านายแล้วประกาศลาออก ภาพลักษณ์ที่ดูนุ่มนวลแต่การกระทำกลับเด็ดขาด มันสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจและทำให้ตัวละครนี้น่าจดจำมาก
ฉากเปิดเรื่องในเล่ห์รักลวงใจ ทำเอาคนดูอย่างเราต้องกุมขมับทันทีเมื่อเห็นนางเอกยื่นใบลาออกให้เจ้านายหนุ่ม แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้ดูเศร้าโศกเหมือนคนตกงานทั่วไป มันมีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่ การที่เธอวางแฟ้มงานลงอย่างหนักแน่นแล้วเดินจากไป ทิ้งให้เพื่อนร่วมงานยืนมองด้วยความงุนงง ชวนให้สงสัยว่าเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มีปมดราม่าอะไรซ่อนอยู่กันแน่ รอติดตามตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว